กระทรวงวัฒนธรรม ผนึก แกร็บ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ดัน “Cultural NEXUS” นำสินค้า CPOT ขึ้น GrabMart ปักหมุดร้าน “The Lost Taste” บน GrabFood และพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่าน GrabAcademy

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และ แกร็บ ประเทศไทย ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม โดยมุ่งนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และ นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วย นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา และนางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น ๑ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมกำลังขับเคลื่อนงานภายใต้แนวคิด ‘Cultural NEXUS – วัฒนธรรมเชื่อมอนาคต’ มุ่งปรับบทบาทของกระทรวงไปสู่ ‘กระทรวงที่ใช้คุณค่าของอดีต สร้างโอกาสในปัจจุบัน และสร้างอนาคตให้คนไทย’ โดยเชื่อมวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี เชื่อมชุมชนให้มีรายได้ และเชื่อมศักยภาพของคนไทยสู่ตลาดโลก การผนึกความร่วมมือกับแกร็บในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเรื่องราวและเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยในวงกว้าง”

นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเดลิเวอรี แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 37% นิยมวางแผนการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านอาหารและวัฒนธรรม1 ขณะเดียวกัน แกร็บ ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับสากลที่มีผู้ใช้บริการกว่า 54 ล้านคนต่อเดือน ครอบคลุม 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำจุดแข็งของการเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Tech Company) ทั้งระบบแพลตฟอร์มและฐานผู้ใช้งานที่ครอบคลุม มาร่วมต่อยอดนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เราเคยร่วมโปรโมตเมนู ‘ต้มยำกุ้ง’ มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โครงการ ‘The Lost Taste’ ตลอดจนส่งเสริมการเดินทางไปยังวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่โดย UNESCO การลงนาม MOU ในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ในการนำบริการที่หลากหลาย ทั้งการเรียกรถ ฟู้ดเดลิเวอรี่ และบริการสั่งซื้อสินค้า มาช่วยเชื่อมต่อผู้คนนับล้านให้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่การเดินทาง ร้านอาหาร ไปจนถึงสินค้าชุมชน CPOT”

สำหรับบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือฉบับนี้ มีระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี ครอบคลุมการดำเนินงานใน 4 ด้านหลัก ได้แก่

  • การส่งเสริมการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาทิ วัด พิพิธภัณฑ์ และโบราณสถาน รวมถึงการสนับสนุนการจัดงานเทศกาลสำคัญทั่วประเทศ เช่น งานสงกรานต์ งานลอยกระทง และงานบุญบั้งไฟ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ เพื่อโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ การจัดทำม้านั่ง และจุดวางร่ม บริเวณจุดรับ-ส่ง ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และอยุธยา โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถสแกน QR Code ที่อยู่บนม้านั่งเพื่อเข้าไปดูแผนที่ออนไลน์ที่รวบรวมที่เที่ยวที่คนท้องถิ่นแนะนำ
  • การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านการนำร้านค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และสินค้าชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรมเข้าสู่บริการ GrabMart เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชน 
  • การยกระดับอาหารไทยเพื่อต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการโปรโมตร้านอาหารกว่า 150 ร้าน ภายใต้โครงการ “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” จากกระทรวงวัฒนธรรม ผ่านบริการ GrabFood เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการเดินทางไปสัมผัสรสชาติอาหารถึงถิ่น
  • การพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านโครงการ GrabAcademy ด้วยการจัดฝึกอบรมและเวิร์กชอป เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทยและสินค้าชุมชน พร้อมต่อยอดโอกาสในการสร้างรายได้

1 ข้อมูลจาก Visa’s 2026 Global Travel Intentions Study

เกี่ยวกับแกร็บ

แกร็บ (Grab) คือ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการทั้งด้านเดลิเวอรี การเดินทางและการเงินดิจิทัล ครอบคลุมกว่า 900 เมืองใน 8 ประเทศ อันได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้คนนับล้านในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็น การสั่งอาหาร การสั่งซื้อสินค้าและของชำ การจัดส่งพัสดุเอกสาร การเรียกรถรับ-ส่งหรือแท็กซี่ ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ เช่น บริการสินเชื่อและการทำประกัน นอกจากนี้ แกร็บยังดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศมาเลเซียภายใต้แบรนด์ Jaya Grocer และ Everrise ซึ่งสร้างความสะดวกสบายในการสั่งซื้อสินค้าและของชำแบบออนดีมานด์ให้กับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น แกร็บยังให้บริการทางการเงินผ่านธนาคารดิจิทัล GXS Bank ในประเทศสิงคโปร์และ GX Bank ในประเทศมาเลเซียด้วย ทั้งนี้ แกร็บก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า ผ่านการสร้างโอกาสและส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับทุกคน และยึดมั่นเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งภูมิภาค

More From Author

ยูนิโคล่ เปิดตัว แคปซูลคอลเลคชันเสื้อถัก 2026 จาก “UNIQLO F.RISSO” โดดเด่นด้วยสีสัน เนื้อผ้า และซิลลูเอตภายใต้ธีม “Made for Dreaming” พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่ 30 ตุลาคมนี้

“METALEX 2026” ฉลองครบรอบ 40 ปีชูแนวคิด “Infinite Possibilities” เปิดประตูสู่อนาคตการผลิตไร้ขีดจำกัด

Recent Posts

Total Visits

N/A