“รมว.สธ.” ขับเคลื่อนนโยบายตรวจแล็บอย่างสมเหตุผล สู่ระบบสุขภาพที่ยั่งยืน เตรียมขยายผลโรงพยาบาลทั่วประเทศ

วันที่ 12 มีนาคม 2569- นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการสัมมนา RLU Policy Implementation การขับเคลื่อนนโยบายการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล โดยมี นายยอดศักดิ์ รักษาแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะผู้บริหาร วิทยากร และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 400 คน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริการสุขภาพ ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ นับเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพ เนื่องจากผลตรวจแล็บมีบทบาทสำคัญต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาของแพทย์ ผลตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว จะช่วยให้แพทย์สามารถยืนยันโรค ประเมินความรุนแรง และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่บทบาท ความก้าวหน้า และศักยภาพด้านการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล เปิดโอกาสให้บุคลากรในระบบสุขภาพและภาคีเครือข่ายได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมขอบคุณสำนักงานเขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลทุกแห่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุเป้าหมาย โดยเน้นการสั่งตรวจที่เหมาะสม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เพื่อการคัดกรอง วินิจฉัย ติดตามผลการรักษา และพยากรณ์โรค โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมทั้งมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลการดำเนินงานไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า ปี 2565 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัย สมาคมโรคที่เกี่ยวข้อง สภาเทคนิคการแพทย์ สมาคมเทคนิคการแพทย์ สภากาชาดไทย มหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล จัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU) โดยเริ่มต้นจาก 7 กลุ่มโรคที่พบมาก มีการส่งตรวจเยอะและมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค NCDs อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคติดเชื้อ ยังมีการตรวจไข้เลือดออก(เดงกี่) ปอดบวม วัณโรค และยังมีการตรวจสุขภาพประจำปี (Check-up) เพื่อให้โรงพยาบาลนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการแต่ละโรคควรสั่งตรวจแล็บอะไร หรือใช้ตามบริบทของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง และผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีโรงพยาบาลนำร่อง 23 แห่งใน 12 เขตสุขภาพนำแนวทาง RLU ไปใช้จนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ แล้วกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ได้ตั้งเป้าให้มีการดำเนินการ RLU ในปี 2569 ให้สามารถดำเนินการสั่งตรวจแล็บอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการตรวจแล็บ ไม่กระทบต่อผู้ป่วย โดยใช้กลไกลหลักๆ คือ 1. RLU ไกด์ไลน์  และ RLU How To  2.ราคากลางหรือราคามาตรฐานแล็บ และ 3.การขับเคลื่อนบัญชีรายการตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกายที่จำเป็นแห่งชาติ (National Essential In-Vitro Diagnostic List: NEDL) ซึ่งองค์การอนามัยโลก ให้ความสำคัญเรื่องนี้

“โรงพยาบาลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ RLU สามารถสอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 02951 0000 ต่อ 99760, 99939 และในส่วนภูมิภาคที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแทพย์ 15 แห่งทั่วประเทศ หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.rluthailand.com ”

More From Author

กระทรวงวัฒนธรรม ผนึก แกร็บ ดึงเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ดัน “Cultural NEXUS” นำสินค้า CPOT ขึ้น GrabMart ปักหมุดร้าน “The Lost Taste” บน GrabFood และพัฒนาทักษะดิจิทัลผ่าน GrabAcademy

“นวเวช” ประกาศยุทธศาสตร์ “Health Partner” ชูบทบาทเพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ เปิดศูนย์ “ปราณ” The Serene Longevity พลิกเกมดูแลสุขภาพระยะยาว ฉลอง 5 ปีแห่งความเชื่อมั่น

“Plan B” ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน ยกระดับลีกอีสปอร์ตไทยสู่มาตรฐานสากล“ eFootball™ ในการแข่งขัน “Thailand Pro League 2026”

Recent Posts

Total Visits

N/A