(ชลบุรี, 22 กุมภาพันธ์ 2569) – ท่ามกลางบรรยากาศการลุ้นแชมป์ที่เข้มข้น ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา ภาพของ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลกจากประเทศไทย ที่ขับเคี่ยวกับนักกอล์ฟแถวหน้าจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น คือความหมายของโครงสร้างอำนาจใหม่ในกอล์ฟสตรีโลกที่สวิงเอเชียมีบทบาทเด่นชัดยิ่งกว่าที่เคย และสำหรับ เคร็ก เคสเลอร์ ประธานแอลพีจีเอทัวร์ การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าภารกิจเชิงบริหาร แต่คือการมองเห็นด้วยตนเองว่า เอเชียกำลังขับเคลื่อนอนาคตของทัวร์อย่างไร
เคร็ก เคสเลอร์ ย้ำอย่างชัดเจนว่า แอลพีจีเอยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตในเอเชียอย่างต่อเนื่อง เพราะภูมิภาคนี้ถือเป็นตลาดที่มีฐานแฟนกีฬาแข็งแรง มีการถ่ายทอดสดครอบคลุม และมีระบบพัฒนานักกีฬาที่ก้าวหน้า สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเอเชียในฐานะหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมกอล์ฟสตรีโลก พร้อมกันนั้น เขายังกล่าวชื่นชมพัฒนาการของรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 19 ครั้ง จากการแข่งขันหนึ่งในปฏิทินทัวร์ สู่เวทีระดับโลกที่สร้างมาตรฐานทั้งด้านการจัดงาน ประสบการณ์ผู้ชม และความร่วมมือระยะยาวกับพันธมิตรหลัก
ในมุมของประเทศไทย เคสเลอร์ มองเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจาก “เจ้าภาพจัดการแข่งขัน” สู่ “ต้นแบบความสำเร็จระดับโลก” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จำนวนนักกอล์ฟไทยในแอลพีจีเอทัวร์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของโลกได้ถึงสองคน คือ เม–เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วย 3 แชมป์เมเจอร์ (เม–เอรียา จุฑานุกาล รายการ Women’s Open, U.S. Women’s Open และ แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ รายการ The Chevron Championship) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่เป็นผลจากระบบพัฒนาเยาวชน โครงสร้างการแข่งขัน และแรงบันดาลใจที่ส่งต่อกันอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองในภาพรวมของอุตสาหกรรมกอล์ฟโลก เอเชียคือ ภูมิภาคที่ผลิตนักกอล์ฟฝีมือดี และเป็นศูนย์กลางการเติบโตทั้งด้านเศรษฐกิจ กีฬา และการตลาด ฐานผู้ชมขนาดใหญ่ การสนับสนุนจากภาคเอกชน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ล้วนทำให้ภูมิภาคนี้มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว เคสเลอร์ยังเปิดเผยถึงแผนการกลับไปจัดการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกครั้ง ทั้งในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ซึ่งสะท้อนความพยายามเชื่อมโยงตลาดสำคัญของโลกเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
แม้ปัจจุบันแอลพีจีเอจะมีการแข่งขันเมเจอร์ 5 รายการ และยังไม่มีแผนเพิ่มรายการใหม่ในเวลานี้ แต่คำถามเรื่อง “เมเจอร์ในเอเชีย” ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะจากพัฒนาการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภูมิภาคนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพทั้งในด้านนักกีฬา แฟนกีฬา และการจัดการแข่งขันระดับสูง
ในท้ายที่สุด การกลับมาเยือนประเทศไทยของเคสเลอร์ครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำว่า เอเชียโดยเฉพาะประเทศไทย คือหนึ่งในเสาหลักของอนาคตกอล์ฟสตรีโลก จากแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นข้างแฟร์เวย์ สู่ระบบนิเวศกีฬาที่เติบโตอย่างยั่งยืน ภาพของนักกอล์ฟไทยที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกในวันนี้ จึงเป็นบทหนึ่งของเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ที่กำลังจะได้รับการบันทึกต่อไป และสำหรับอุตสาหกรรมกอล์ฟโดยรวม คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเอเชียจะมีบทบาทมากเพียงใด แต่คือบทบาทนั้นจะขยายตัวไปไกลแค่ไหนในทศวรรษข้างหน้า
เกี่ยวกับฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์
การแข่งขันกอล์ฟสตรี ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เริ่มจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี ค.ศ.2006 ได้รับการสนับสนุนหลักจากกลุ่มบริษัทฮอนด้าในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการขับเคลื่อน โดยดำเนินการจัดงานและเผยแพร่การแข่งขันโดย ไอเอ็มจี สำหรับการแข่งขันปี ค.ศ. 2026 จะเป็นการแข่งขันครั้งที่ 19 ฮอนด้าได้สนับสนุนการแข่งขันผ่านความร่วมมือของ 3 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย พร้อมด้วย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านรถยนต์ และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้นำด้านรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ การแข่งขันรายการนี้ถือเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญของ แอลพีจีเอ ทัวร์ และเป็นรายการกอล์ฟระดับโลกรายการเดียวในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพได้แสดงศักยภาพความสามารถด้านกีฬากอล์ฟในระดับสากล และยังช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง
